วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555

3 โปรแกรมออกแบบ บ้านที่แนะนำให้ใช้ มันง่ายมาก...น๊ะจ๊ะ..


หลังจากที่หลายๆ บ้านประสบปัญหาจากน้ำท่วมกันไป ช่วงนี้ก็เป็นช่วงฟื้นฟูทั้งจิตใจและทั้งบ้านของตัวเอง ธุรกิจหนึ่งที่น่าจะได้รับความนิยมอย่างมาก ก็คือ ธุรกิจเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งบ้าน
     
หลายคนที่มีบ้านเป็นของตัวเองก็มักจะมีภาพฝันในใจว่า ถ้าฉันมีบ้าน ฉันอยากให้เป็นแบบนั้นแบบนี้ แรงบันดาลใจก็สามารถหาได้ตามหนังสือแต่งบ้าน หรือเดินตามโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป แต่บางครั้งด้วยข้อจำกัดของเนื้อที่หรือลักษณะของบ้านที่แตกต่างกัน ก็อาจทำให้การตกแต่งบ้านด้วยจินตนาการอาจไม่เหมือนอย่างที่ฝันไว้นัก
       
โดยทั่วไป คงต้องจ้างสถาปนิกเพื่อมาตกแต่งภายในให้ได้ตามที่เราต้องการ แต่ด้วยงบประมาณอาจมีจำกัดและบางคนก็หมดเงินไปกับน้ำท่วมครั้งนี้ไปมากแล้ว จนไม่สามารถหาคนมาแต่งบ้านให้เราได้ และโปรแกรมออกแบบห้อง 3 มิติก็ราคาแพง แถมใช้งานยากสำหรับระดับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วไป เราก็คงต้องพึ่งพาเครื่องมือออกแบบฟรีที่มีให้ใช้ในอินเทอร์เน็ตกัน

     
มาดูที่แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่เพิ่งเปิดตัวสาขาใหม่ในไทยอย่าง IKEA ที่นำเอาคอนเซ็ปท์การให้ลูกค้าช้อปปิ้งด้วยตัวเองมาประยุกต์ลงในเว็บไซต์ด้วยการมีโปรแกรมออกแบบห้องสำหรับความต้องการของลูกค้าด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องไปปรึกษามัณฑนากร หรือสถาปนิก ทำให้คนที่ฝันอยากมีห้องอย่างที่ต้องการไม่ต้องลำบากในการอธิบายภาพตัวอย่าง หรือแม้แต่เซฟรูปที่เราตกแต่งไว้ในเซิร์ฟเวอร์หรือพิมพ์ออกมาตอนที่เราไปช้อปปิ้ง ก็จะทำให้สะดวกยิ่งขึ้น

โปรแกรม Homeplanner ของ IKEA จะมีทั้งหมด 4 ห้องให้เลือก คือ ห้องครัว(ชุดห้องครัวบิวท์อิน), ห้องนั่งเล่น (ตู้วางทีวี), ห้องนอน (ตู้เสื้อผ้า), และห้องเด็ก(ตู้เสื้อผ้าเด็ก) ก่อนอื่น คุณต้องสมัครสมาชิกของเว็บไซต์ก่อน ซึ่งจะไม่ใช่การสมัครเพื่อรับข่าวสารตามปกติ การลงทะเบียนในเว็บไซต์ก็เพื่อประโยชน์ในการบันทึกข้อมูลของการออกแบบของคุณไว้ เพื่อนำมาใช้เวลาที่คุณแวะไปซื้อจะได้ดึงข้อมูลมาจากเซิร์ฟเวอร์ เพราะคอมพิวเตอร์ที่สโตร์ไม่สามารถเปิด USB, Harddisk หรือ แผ่นซีดีได้




สำหรับความต้องการพื้นฐานของระบบคือ ต้องเป็นคอมพิวเตอร์ ที่ทำงานด้วยความเร็วอย่างน้อย 1 กิกกะเฮิรตซ์ (GHz) การ์ดจอ 32 MB ความละเอียดในการแสดงผล (Display Resolution) 1024 x 768 Pixel , อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง, ระบบปฏิบัติการวินโดว์ XP หรือรุ่นที่สูงกว่าและ Mac OS X 10.5 Leopard หรือสูงกว่า (Intel เท่านั้น) บราวเซอร์ที่ใช้ได้คือ Internet Explorer 7.0 หรือ Firefox 3.5.7 หรือสูงกว่า หรือ Safari 4.0.3+ ปลั๊กอิน (plug-in) ที่ระบบรองรับ: ถ้ายังไม่มีปลั๊กอินดังกล่าว ระบบจะปรากฎข้อความให้ดาวน์โหลดอัตโนมัติ การติดตั้งปลั๊กอินสำหรับ Mac โปรดปฏิบัติตามคำแนะนำบนหน้าจอ และอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.IKEA.co.th


มาเริ่มออกแบบกันเลย คุณสามารถเลือกได้ว่าจะออกแบบจากแบบที่มีอยู่แล้วหรือจากห้องว่างๆ ก็ได้ โดยสามารถปรับแต่งขนาดของห้อง เลือกประตู, เสาหรือองค์ประกอบพื้นฐานอื่นๆ ของห้องจากเมนูด้านซ้าย คือ Room Layout ซึ่งสามารถกำหนดจุดของท่อน้ำทิ้ง ก๊อกน้ำและแผงไฟได้เลย

แต่สำหรับประเทศไทยไม่สามารถเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ เนื่องจากไม่มีการจำหน่าย เพียงแค่เลือกตำแหน่งที่จะวางเฟอร์นิเจอร์ เลือกชนิดที่ต้องการแล้วลากลงไป ซ้าย ขวา หน้า หลังตามแต่ตำแหน่งที่คิดว่าเหมาะ จะดูเป็นภาพ 2 มิติ หรือ 3 มิติก็ได้ ซึ่งภาพ 3 มิตินั้น หากเราลองเลื่อนภาพเฟอร์นิเจอร์เข้าหรือออกจากตัวเรา ขนาดจะเล็กลงหรือใหญ่ขึ้นตามมุมมอง

หลังจากนั้นก็ทำการบันทึกข้อมูลลงไป ซึ่งทางระบบจะเก็บข้อมูลไว้ หากไปเปิดที่สโตร์ก็จะสามารถดึงเอากลับมาใช้ได้ทันที และที่สำคัญคือ จะมีรายการสินค้าและราคาปรากฎขึ้นหลังจากที่เราตกแต่งเรียบร้อยแล้ว เพื่อสะดวกต่อการคำนวณงบประมาณในการแต่งห้อง อาจจะตัดทอนสินค้าบางชิ้นออกไปเพื่อให้อยู่ในงบประมาณได้ง่าย แถมยังสามารถเช็คสต็อกของได้ก่อนอีกด้วย จะได้ไม่ไปเก้อ (ปัจจุบัน ทางเว็บไซต์จะอัพเดททุกตี 1 แต่ระบบอาจไม่เสถียรนัก หรือสินค้าที่เช็คแล้วว่ามี
     
อาจมีคนเหมาไปก่อนหน้าที่คุณมาก็ได้ ต้องลองสอบถามดูกับทางเจ้าหน้าที่นะคะ



อีกหนึ่งโปรแกรมออกแบบฟรีออนไลน์ จากเว็บ www.homestyler.com รูปแบบจะคล้ายกับของ IKEA และคล้ายกับการเล่นเกม Sims ที่คุณสามารถลองเลือกออกแบบห้องได้ตามที่คุณต้องการ แต่ปัญหาคือ คุณอาจต้องหาแบบเฟอร์นิเจอร์ที่มีอยู่จริงให้เหมือนกับภาพร่างที่ทำเอาไว้ ระบบการเก็บข้อมูลก็คล้ายกับ IKEA คือ ต้องสมัครกับทางเว็บก่อน แต่สามารถใช้ ID ของ Social Network หรือ Email มาใช้สมัครได้ด้วย ทั้ง Yahoo!, Facebook, Twitter, Google, Windows Live ID
     
รูปแบบการใช้ก็แค่ลากแล้ววาง จะเปลี่ยนจากมุมมอง 2 มิติ เป็น 3 มิติก็ง่าย ไม่ซับซ้อนเท่าการออกแบบห้องครัวของ IKEA และสามารถออกแบบชั้นบน ชั้นล่าง ห้องน้ำ ห้องทำงาน ห้องทานข้าวหรือห้องซักล้างก็ยังได้ แต่ประเด็นที่เว็บนี้ยังเปิดโอกาสให้ใช้ได้ฟรีก็เพราะแบรนด์สินค้าสามารถเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ในการเป็นช้อยส์ให้ลูกค้าได้เลือกใช้ แถมยังมีรูปสามมิติเหมือนผลิตภัณฑ์จริงเพื่อลองวางในแปลนได้อีกด้วย เมื่อออกแบบเสร็จสามารถเลือก Snap ภาพเก็บไว้ หรือแชร์ต่อไปยังเว็บอื่นๆ ได้ง่าย เพียงแค่คลิกไอคอนบริเวณมุมขวาล่าง





       และอีกหนึ่งเครื่องมือสุดท้าย คือ Google Sketchup ซึ่งตอนนี้เป็นเวอร์ชั่น 8 แล้ว เป็นโปรแกรมที่สามารถสร้างสรรค์ภาพสามมิติสำหรับนักออกแบบด้านต่างๆ โดยไม่ต้องใช้โปรแกรม Autocad หรือ 3D ให้ยุ่งยาก แต่เหมาะกับผู้ที่มีพื้นฐานด้านการทำภาพสามมิติมาบ้าง เพราะฟังก์ชั่นต่างๆ คล้ายกับการใช้โปรแกรมมืออาชีพทีเดียว มักจะเป็นการสร้างโครงสร้างของบ้านหรือตึกภายนอก และการตกแต่งภายนอกของบ้านได้ด้วยตัวคุณเอง สามารถใช้สถานที่จริง

โดยใช้ปุ่มฟังก์ชั่น Google Earth เพื่อระบุพิกัดจริงได้ด้วย สามารถ Export ไฟล์ออกมาได้ทั้งแบบ 2มิติ และ 3มิติ ซึ่งสำหรับคนที่มีหัวทางด้านนี้ หรืออยากลองสร้างบ้านของตัวเองที่เคยฝันไว้ แต่ใช้โปรแกรมออกแบบสามมิติไม่เป็น ก็น่าจะลองเล่นโปรแกรมนี้ดูได้ หากต้องการฟีเจอร์ที่มากกว่าแบบทดลองใช้ ก็สามารถซื้อ Sketchup Pro ได้ ในราคา 495USD (แต่มีส่วนลดพิเศษให้ 100USD) ทำให้คุณสามารถ export ไฟล์ได้หลายนามสกุลยิ่งขึ้น มีฟังก์ชั่นในการใช้งานร่วมกับโปรแกรมอื่นๆ ได้มากขึ้น หากต้องการเอาดีทางด้านการออกแบบก็น่าลองใช้ดู (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://sketchup.google.com)
     
จากที่กล่าวมา แค่ไม่กี่โปรแกรมออกแบบออนไลน์ที่ทำให้คุณสามารถออกแบบตกแต่งบ้านของคุณได้ง่ายขึ้นด้วยตัวคุณเอง แต่คุณยังสามารถเอาไอเดียไปต่อยอดเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจได้อีกด้วย

ลองคิดเล่นๆ อย่างเกม The Sims ที่เมื่อหลายปีก่อน IKEA ได้ลองเข้าไป Tie in ก็ทำให้คนมองเห็นภาพของสินค้าได้มากขึ้น (The Sims 2: IKEA Stuff ) หรือแอพพลิเคชั่นของ SB Home ที่สามารถออกแบบและจัดวางเฟอร์นิเจอร์ตามสไตล์ที่คุณต้องการได้จากมือถือ ไม่ว่าที่ไหนเมื่อไหร่ แถมยังใช้ภาพห้องจริง เพื่อลองวางผังได้อีกด้วย หรือเว็บ Homestyler ที่สามารถขายโฆษณาแบรนด์สินค้าตกแต่งบ้านได้อย่างมากมาย ทำให้ผู้บริโภคสามารถเห็นภาพของสินค้าจริงภายในห้องที่ออกแบบได้เอง ตัวเลือกของแบรนด์มีเยอะขึ้น และสามารถทำได้ง่ายด้วยตัวเอง โดยผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องเสียเงินค่าจ้างออกแบบอีกด้วย
หรือในอีกกรณี คุณอาจใช้เครื่องมือออกแบบออนไลน์ฟรีเหล่านี้ในการใช้ไอเดียเพื่อช่วยให้ผู้ที่อยากมีบ้านในฝันออกมาเป็นรูปร่างด้วยการรับจ้างออกแบบก็ได้ (แต่ต้องทำผลงานเป็น Portfolio ก่อนนะ) ยังมีไอเดียในการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์อีกมากมายให้คุณได้เลือกที่จะทำเงิน


From: manager.co.th





2 ข้อพิจารณาการเลือกซื้อ เทมเพลท Template (Joomla)


การซื้อเทมเพลท ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายและดีที่สุด
เพราะร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อนำมาใช้งานจริง มันจะไม่เป็นอย่างที่คุณเห็นจากในตัวอย่าง ประการสำคัญเมื่อนำมาใช้กับภาษาไทย




เทมเพลทที่มีขาย มี สอง ลักษณะ
1. เทมเพลทเปล่า
เมื่อซื้อและได้มาแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือ ติดตั้งและต้องเข้าไปแก้ไขโค้ดใน CSS ไม่มากก็น้อยอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่นั่นก็ยังคงไม่ใช่หลักประกันว่า จะออกมาเหมือนในตัวอย่างที่เห็น หากการวางตำแหน่งของ Module ไม่เหมือนกัน

2. เทมเพลทพร้อมด้วย Component, Plugin, Module
เทมเพลทประเภทนี้ ได้มาแล้วต้องทำการติดตั้งใหม่ เนื่องด้วยเทมเพลทเป็นเทมเพลทที่มาพร้อมกับ Joomla!

จากนั้นจึงทำการแก้ไขข้อมูลให้เป็นภาษาไทย ซึ่งปัญหาของมันก็คือ คุณอาจไม่ได้ Joomla! ในรุ่นที่คุณต้องการ อีกทั้งยุ่งยากมากด้วยเมื่อคุณต้องการอัพเกรด Joomla! ในขณะที่คุณอาจยังไม่รู้จัก Component, plugin และ Module ซึ่งติดมาพร้อมกับเทมเพลท ดีพอ

ทางเลือกที่ดีสำหรับคุณจึงเป็น...
1. หากมีงบน้อย หาเทมเพลทฟรีที่ถูกใจ และค่อยๆปรับปรุงแก้ไขให้ตรงกับความต้องการด้วยตัวเอง

2. หากมีงบมาก จ้างมืออาชีพออกแบบและสร้างให้ ตัวเลือกนี้ลงทุนเยอะ แต่โอกาสสมหวังมีมาก...และอาจถึงร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคนที่คุณจ้าง ว่า มืออาชีพจริง หรือ มืออาชีพเทียม





สรุปแล้ว
ถึงมีขายก็ไม่น่าซื้อ แต่เชื่อว่า ตัวแทนในเมืองไทย ไม่มีแน่นอน ด้วยสินค้าประเภทนี้ ไม่ใช่สินค้าที่สามารถวางจำหน่ายได้ทั่วไป ดังนั้น สุดท้ายแล้ว คุณก็ยังคงต้องเข้าไปดำเนินการสั่งซ์้อด้วยตัวเองจากในเว็บไซต์หลักอยู่ดี




วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ทำ Adsense+SEO ยังไงไม่ให้ผิดหวัง

พอดีผมไปอ่านแล้วรู้สึกเหมือน จขกท. ต้องการคำแนะนำที่ดีในการทำ Adsense และเหมือนจะยังไม่ได้คำตอบ ซึ่งหากผมจะตอบเป็น Reply ในกระทู้นั้นเลยก็กลัวเพื่อนๆ มือใหม่หลายคนจะไม่ได้อ่าน เพราะผมคิดว่าสิ่งที่ผมบ่นๆ ข้างล่างนี้มันน่าจะมีประโยชน์สำหรับเพื่อนบางคน จึงขออนุญาติตั้งกระทู้ใหม่คับ

ผมเองก็ทำ Adsense ได้ไม่นาน รายได้ไม่พอกิน อาจจะแนะนำอะไรได้ไม่มากเท่ากับพี่ๆ ที่รายได้ซื้อสนามฟุตบอล แต่สิ่งที่พูดนี้ก็อยากจะอธิบายให้เคลียร์สำหรับมือใหม่ อ่านง่ายๆ Step by Step ไม่กั๊กอะไรมากคับ (กั๊กไว้ใช้เองนิดๆ พอ)

1. เริ่มต้น Adsense

เพื่อนหลายคนคงรู้ดีอยู่แล้วว่าการทำ Adsense เราจะมีหน้าที่เป็น Publisher (ผู้เผยแพร่โคนา) จาก Adwords ที่ Advertiser (ผู้ลงโคนา) ลงไว้กับ Google เพราะฉะนั้นโคนาที่เพื่อนๆ จะได้มาติดที่เว็บของตนเองนั้น ก็จะมาจากผู้ลงโคนาเหล่านี้นั่นเอง ถ้าวันใดไม่มีผู้ลงโคนา วันนั้นจะเป็นวันสิ้นโลกทันที นั่นคือสาเหตุที่เพื่อนพี่ๆ หลายๆ คนในนี้ไม่อยากให้เราทำร้าย Advertiser ด้วยการ แลกคลิ๊ก, โกงคลิ๊ก Private, คลิ๊ก MLM, หรือเข้าร่วมเป็นระบบเครือข่ายที่ทำให้ Advertiser เสียหาย เพราะเมื่อใดที่ Advertiser ได้ทราฟฟิคไม่ดี ที่ไม่บริโภคสินค้าในเว็บเขาเลย เขาจะเอาตังที่ไหนมาลง Adword อีก หลายคนบ่นว่าถ้าวันไหนไม่มีคนลง Adwords แล้ว Adsense จะเอาโคนาที่ไหนมาให้เราลง ไม่ต้องกลัวคับ ถ้าถึงวันนั้นจริงผมจะเป็นคนลง Adwords เอง ถ้าไม่มีคน bid ผมจะลงค่าคลิ๊กให้มันถูกกว่า Nipa อีก เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่า Advertiser ไม่มีวันตายแน่นอน แต่คนที่จะตายคือคนทำ Adsense ปัญหาสำคัญคือราคา bid จะ drop ลงมามาก ทำให้ค่าคลิ๊กซื้อฮอลล์เม็ดนึงยังไม่ได้เลย จุดนี้ล่ะคับเป็นสิ่งที่น่ากังวลที่สุดที่อยากให้เพื่อนมือใหม่หลายคนมีความรับผิดชอบ และคำนึงถึงผู้ลง Adwords กันด้วย ในเมื่อเราทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนสินค้าและบริการของเขา ก็ควรทำให้เขาได้ผลประโยชน์สูงๆ ถ้าสินค้าหรือบริการมันขายได้ มันก็มีกำไรงาม เมื่อมันกำไรงาม มันก็จะมีคนทำธุรกิจนั้นแข่งกัน เมื่อมันแข่งกันมันก็จะ bid ราคา Adwords สูงขึ้น มูลค่าคลิ๊ก Adsesne เราก็จะสูงขึ้นตาม (ถ้าใครอ่านแล้วไม่เข้าใจก็สมมุติว่าเข้าใจละกันนะคับ)

2. เลือกทำเว็บแบบไหน ใช้ Keywords อะไร

เพื่อนหลายคนแนะำนำว่าควรเลือกทำในเรื่องที่ตนเองชื่นชอบ ผมขอเสริมให้นิดนึง ว่าไอเรื่องที่เราชอบนั้นมันต้องทำเงินได้ด้วย และได้เยอะด้วย (ได้อย่างเดียวไม่พอต้องเยอะด้วยนะ สำคัญ!) หากเพื่อนๆ อยากรู้ว่าเรื่องไหน Keywords อะไรราคาเท่าไร ผมก็แนะนำ Tool ง่ายๆ ใช้พอเช็คราคาคร่าวๆ ได้ที่นี่คับ https://adwords.google.com/select/KeywordToolExternal ใส่ Keywords ลงไปเลยคำละ 1 บรรทัด แล้วลองให้ Tool มันแนะนำดู สิ่งที่เราจะได้ก็คือแนวโน้มด้านราคาของคำนั้นๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์และวางแผนการทำ Adsense ของเราคับ

เพื่อนอีกหลายคนยังแนะนำอีกว่าไปทำเว็บต่างประเทศเหอะ คลิ๊กแพง..เว็บจองโรงแรม คนนู๊นก็ทำ รายได้ดี... ผมก็สนับสนุนคับ แต่อยากเตือนเพื่อนมือใหม่หลายๆ คนไว้ว่าในด้านของ SEO และ Web App. สำหรับการแข่งขันกลุ่มพวก เว็บท่องเที่ยว, ซอฟต์แวร์, รีวิว และโรงแรมนี้แรงมาก หลายคนที่ยังไม่เคยทำ SEO ใน .com เป็นพื้นฐาน ควรเลี่ยงไปทำเว็บอื่นดีกว่าคับ เพราะพวกนี้มันไม่ได้แข่งกันแต่ .com เท่านั้น ยกตัวอย่างก็มี .co.uk .ca ที่เรียกค่าคลิ๊กแพงๆ ให้เราได้ แต่ก็ยังมีคู่แข่งที่ทำ SEO รอสอยเราอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน

ฉะนั้นตรงจุดนี้จึงอยากให้เพื่อนๆ ลองวิเคราะห์ถึงสิ่งที่เราถนัด เราทำได้ และมันมีโอกาสทำเงินได้สูง และโอกาสนั้นต้องไม่ซ้ำกับคนส่วนมาก ที่พบเห็นคือหลายๆ คนประสบความสำเร็จในธุรกิจ Keywords เหล่านั้น แล้วเราก็ไปทำบ้าง ... ซึ่งบางทีเราอาจจะหันไปทำในช่วงที่คำนั้นอยู่ในช่วงแข่งขันสูง (สู้ได้ยาก) หรือช่วงขาลง (ทำเงินไม่ได้) และก็มักจะเห็นความผิดหวังตามมากับหลายๆ คนเสมอ ที่เดินทางผิด

3. วิเคราะห์คู่แข่ง

ได้ Keywords หรือเรื่องที่จะทำเว็บไซต์เราแล้วทีนี้ก็มาดูคู่แข่งบน Search Engine คับ ใช้ Keywords ที่เลือกค้นเข้าไปดูเลย แล้วดูทุกเว็บตั้งแต่หน้า 1 ไปจนถึงหน้า 2-3 แล้วก็วิเคราะห์ว่าเรามีระบบดีๆ แบบนี้ใช้ไหม เว็บเขาใหญ่เพียงใด ฐานลิงค์เป็นยังไง SEO เว็บเขาเป็นยังไง พอสู้ได้ไหม ถ้าคิดว่าสู้ไม่ได้ก็เลือกไปทำคำอื่นๆ แต่ถ้าดูแล้วจนหน้า 3 ก็คิดว่าพอสู้ได้ หน้า 4, 5 ... ไม่จำเปนต้องดูก็ได้คับ เพราะมันคงไม่เก่งกว่าไอพวกหน้า 1 2 3 แน่ (ถ้าเก่งมันก็ขึ้นไปแล้วใช่ป่ะ)

อ้างอิง
พวกเครื่องมือที่ใช้ทำ SEO วิเคราะห์คู่แข่งคร่าวๆ ก็เป็น Add-on ของ Firefox นะคับ เช่น SEO for Firefox
http://tools.seobook.com/firefox/seo-for-firefox.html
ตัวนี้เป็น SEO Quake คับ คล้ายกัน ใช้นาน ใช้ทน แต่แม่มโหลดกาจาย
https://addons.mozilla.org/en-US/firefox/addon/3036
ตัวนี้เป็น Kgen ช่วยวิเคราะห์ความหนาแน่นของคำหรือ content ในหน้าเว็บเพจ หลายๆ คนไม่ได้ใช้แต่ผมต้องใช้เวลาเขียนเว็บให้ลูกค้าที่ต้องการนำไปทำ SEO ต่อ สำหรับในแง่ Technicial Design ฝั่ง Server หรือโครงสร้าง HTML/XHTML ที่เราคาดว่าจะให้ Robots วิ่งมาเจออะไรบ้าง ก่อน-หลัง ตรงนี้เราสามารถสลับตำแหน่ง Content หรือป้อนข้อมูลอุดทางตามนิสับ Robots จากประสบการณ์เขียนเว็บที่เรามีมาได้ โดยขณะที่ Output หน้าเว็บแสดงผลเหมือนกัน สำหรับในแง่ SEO ทูลตัวนี้ก็ช่วยวิเคราะห์คำได้ดีพอสมควรคับ
https://addons.mozilla.org/en-US/firefox/addon/4788


4. ตลาดเราอยู่ที่ไหน

อยู่ที่ tarad.com คับ (อันนี้ไม่เกี่ยวคับแค่แซวๆ) ... ตรงนี้เหมือนเป็นจุดกำหนดรายได้ของเราเลยก็ว่าได้ ก็คือเราทำเว็บเนื้อหาเหล่านี้มาสำหรับใคร กลุ่มไหน เราจะได้เลือกทำ SEO เฉพาะจุดได้ถูกต้องด้วยคับ ข้อนี้ขอพูดสั้นๆ พอ เพราะหลายคนคงตระหนักเรื่องนี้ดีอยู่แล้ว


5. โปรโมทเว็บไซต์อย่างไร

สัมพันธ์กับข้อ 3 นะคับ การทำ SEO แบบไม่เหนื่อยเกินไปก็คือควรเลือกโปรโมทเว็บไซต์ให้ทุกที่ ถูกเวลา ยกตัวอย่างเราทำเว็บไซต์เนื้อหามาเพื่อวัยรุ่น เราก็ไปหาแหล่งวัยรุ่นพวก hi5, twitter, facebook, multiply, myspace อื่นๆ หรือสถานที่ๆ คาดว่ากลุ่มเป้าหมายเรามักจะชอบเล่นเราก็ไปแจมด้วยเพื่อโปรโมทเว็บไซต์ไปในตัว การโปรโมทเว็บไซต์ที่ดีก็ควรได้ทราฟฟิคกลับมาจากที่ๆ เราโปรโมทเอาไว้ด้วย การ spam มั่วๆ ที่ไม่ช่วยให้เราได้ทราฟฟิคคนเลยนอกจากบอท บางทีมันก็ทำให้เราเหนื่อยเกินไปโดยได้ผลตอบแทนกลับมาไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร (ซึ่งหลายคนก็กำลังเป็นอยู่ใช่ไหม)

ช่องทางโปรโมทเว็บไซต์ช่องทางอื่นก็มีมากมาย นอกจาก SEO ก็มีการโฆษณา ผ่านสื่อออนไลน์, วิทยุ, หนังสือ, นิตยาสาร, poster และตามงานต่างๆ ที่เราพอทำได้ จริงๆ มีวิธีโปรโมทเยอะแยะมากกว่าทำ SEO นะคับ บางทีการตามคนอื่นมากไป มันก็ทำให้เราไม่พัฒนาได้เช่นกัน

บางเว็บไซต์ก็พิมพ์เสื้อออกแจกสมาชิกนะคับ ส่งฟรีทั่วประเทศ ข้างหลังเสื้อเป็นชื่อโดเมน มันใส่ไปที่ไหน คนก็เห็น ก็เป็นการโปรโมทเว็บทั่วประเทศที่ไอเดียดีอีกอย่างหนึ่ง



6. Social Network แนวคิด Web 2.0-3.0

เมื่อเว็บไซต์เราทำเสร็จแล้ว มีการโปรโมทที่ดีแล้ว มีรายได้ มีเป้าหมายบ้างแล้ว การพัฒนาเว็บไซต์ตามแนวคิด Social Network นี้เป็น Step ที่ทำให้เราก้าวสู่ Network ที่แข่งแกร่งได้ การทำเว็บไซต์ใดๆ ที่ทำให้คนเข้ามาแล้วเข้ามาอีก นี่คือความสำเร็จในข้อ 6. ที่ผมกำลังพูดถึงนี้ จริงๆ ผมว่าเว็บบอร์ดธรรมดาก็ถือเป็นเว็บ 2.0 และทำให้คนเข้ามาแล้วเข้ามาอีก มีส่วนร่วมที่ดีได้ แต่นั่นก็ยังไม่พอสำหรับอนาคตกับเว็บที่มองการไกล การริเริ่มทดลอง Web 3.0 กับ Application บนเว็บหรือ Script บางตัวที่ไม่เหมือนใคร เป็นการสร้างความแตกต่าง และเป็นจุดขายที่ดีในปัจจุบันตามนิสัย ผู้ใช้งาน, คนเล่นเว็บไซต์ ที่มีการพัฒนาสูงขึ้น ลำพังเว็บบอร์ดมีเพียงการพูดคุยสื่อสารกันอาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนบางกลุ่มที่หันไปเล่นเว็บไซต์ที่เทคโนโลยีเหนือกว่า ที่สร้างความสะดวกให้กับผู้ใช้งานมากที่สุด มีการวิเคราะห์ลักษณะนิสัย ความชอบเป็นรายบุคคล และเก็บข้อมูลพร้อมนำเสนอเนื้อหาที่บุคคลนั้นๆ ชอบได้

เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ

การทำเว็บไซต์จริงๆ ผมเข้าใจว่าบางเว็บไม่ได้เขียนวันเดียวเสร็จ บางเว็บใช้เวลาทำและพัฒนาเป็นปี แต่สำหรับรายได้นั้นบางคนก็รอเป็นปีไม่ไหว ผมเลยไม่อยากให้ซีเรียสเรื่องทำเว็บมากนัก ปัจจุบันระหว่างคนทำเว็บกับทำ SEO ผมเชื่อว่าคนทำ SEO รายได้มากกว่านะคับ และผมก็เชื่ออีกว่าคนทำเว็บเก่ง แต่ SEO ไม่เก่ง สู้คนที่ทำ SEO เก่ง แต่ทำเว็บ ไม่เก่ง ไม่ได้เลย เพราะผมเชื่อว่ารายได้เราก็มาจากการขาย การ present ตัวเอง หากเก่งแต่ไม่มีใครรู้ัจักก็ย่อมไม่เกิดรายได้ ... เว็บไซต์เราก็เช่นเดียวกันคับ

เป้าหมายสำคัญที่ผมอยากแนะนำเพื่อนที่หัดทำ Adsense ก็คือการทำเพื่อให้เกิดรายได้ ขยันโปรโมทให้มากกว่าขยันทำเว็บ เว็บจะสวยหรือไม่สวยไว้แต่งทีหลังก็ได้ แต่อันดับจะสวยนี่มันแต่งกันยาก แม้เว็บยังทำไม่เสร็จก็โปรโมทรอไว้ก่อนเลย ออก Start ก่อนได้เปรียบเสมอ อย่างการทำ Link Wheel เหมือนที่เพื่อนๆ ในบอร์ดนี้แนะนำมาก็ช่วยได้เยอะนะคับ บางคนหัวไวหน่อยก็เอาไปดัดแปลงให้ wheel มันได้อารมณ์ที่เต็มศักยภาพที่ดีกว่าก็แล้วแต่เทคนิคกันไป


อ้างอิง การทำ SEO ด้วย Link Wheel
http://www.thaiseoboard.com/index.php?topic=85517.msg1069530
ผมได้พูดถึงหนึ่งเทคนิค คือ การสร้าง link wheel หรือ การลิ้งแบบวงล้อ (วงกลม)

เป็นเทคนิคง่ายๆๆ ในการหา Back Link ที่ผมขึ้นว่ามันง่ายมากๆ
เนื่องจากปัจจุบัน pligg CMS เป็นที่นิยมกันมากมายไม่ใช่เฉพาะแค่บ้านเรา
แต่ทั่วโลกมีการนำไปใช้งานเป็นจำนวนมาก และก็สามารถหา lists ได้ง่าย

และด้วยตัว pligg เองนอกจากให้ user ได้ส่งเรื่องเข้าไปเพื่อที่จะได้ BL
โดยการอนุมัติของแอดมิน หรือจะแบบออโต้ก็ตาม บางเวบก็ dofollow บางเวบ nofollow บางเวบ redirect

แต่ในส่วนของ profile ซึ่งหลายคนมองข้ามไป สมัคร user เพื่อตั้งหน้าตั้งตาส่งเรื่อง
แต่ความจริงแล้ว แทบจะเกือบทุกเวบ ผมยังไม่ค่อยเห็นใครปรับแต่งหรือแก้ไขในส่วนนี้

ทำให้เราสามารถสร้าง BL ได้ถึงสองลิ้งในหน้าโปรไฟล์ ถึงแม้ว่าจะเป็นลิ้งแบบ url ก็ตาม
แต่ก็ไม่เสียหายอะไรเลย สำหรับลิ้งฟรีง่ายๆ

บางเวบ domain มี pr ถึง pr5 pr6
การได้ลิ้งออกจากเวบที่มี pr สูงก็มีผลเหมือนกันครับ

สองลิ้งที่ผมว่า นั้นก็คือเราสามารถใส่ url ลงไปได้ในช่อง HomePage และช่อง IRC
ซึ่ง 99.99% เป็น dofollow ครับ

ผมเลือกสร้างวงล้อนี้ เป็นหนึ่งกลยุทธ ในการสร้าง BL

วันนี้ผมมีตัวอย่าง เผื่อใครยังไม่เห็นภาพ ลองตามลิ้งเข้าไปดูครับ
ผมสร้าง25 ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง รวมการโหวตด้วย

การโหวต ก็เพื่อให้เกิดการลิ้งภายใน ให้บอทเข้ามาหาและ indexed โปรไฟล์เราเร็วขึ้น
การทำ link wheel ก็เพื่อสร้างเส้นทางให้บอท ไปให้ทั่วและเร็วขึ้น
ระหว่างวงล้อ อาจใช้การเชื่อมข้ามถึงกันเพื่อให้เส้นทางเป็นใยแมงมุมมากขึ้นได้
เพราะรู้สึกว่า เดี๋ยวนี้ google เริ่มจับทาง link wheel ออกแล้ว

ตัวอย่างที่ยกมา มี 25 เวบ ไหนๆ ยกตัวอย่างทั้งทีเลยทำเท่ห์ซะหน่อย
มี pr ตั้งแต่ 0 - 6 ใครมี pr 7 - 9 ช่วยบอกด้วย ผมหาไม่เจอ
ตอนแรกตั้งใจให้โดเมนไม่ซ้ำกัน ปัดโธ่ ทำเสร็จเพิ่งเห็นว่ามี .com ซ้ำไปหนึ่งที่ เหอๆๆๆ

ลองไล่ดูครับ สุดท้ายมันจะวนกลับมาที่เดิม



สำหรับวิธีการเช็คลิงค์ง่ายๆ ว่าลิงค์ไหนแรงๆ ก็เช็ค Y! Page Link ได้จาก SEO for Firefox นะคับ ผมเองก็มั่วๆ ผมมักจะเดาว่าลิงค์กลับที่มีรายชื่ออยู่หน้าแรกๆ มักจะเป็นลิงค์คุณภาพของช่วงนั้นๆ เสมอ สำหรับเว็บใหม่ เืพื่อนๆ ก็ลองเล่นเว็บบอร์ดสัก 2-3 บอร์ดแล้วลองใส่ลิงค์กับลายเซ็นต์ลิงค์มาเว็บตัวเองดู และก็ไปเขียนบล็อกลิงค์มา และก็ไปซับมิท หรือหาลิงค์จากที่อื่น หลายๆ รูปแบบ แล้วค่อยมาเช็คดูว่าแบบไหนมันคุณภาพ ก็ค่อยเน้นการหาิลิงค์จากรูปแบบนั้น อะไรที่ทำแล้วเหนื่อยฟรีด้อยคุณภาพก็พยายามลดๆ มันไป เอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์มากกว่าหรือหาวิธีใหม่ๆ ในการพัฒนาศักยภาพด้าน SEO ของตนเอง นำความรู้จากแหล่งๆ อื่นๆ มาดัดแปลงทดลองทำดูบ้าง ดีกว่าไปทำตามชาวบ้านเขาโดยที่เราไม่รู้อะไรเลยนะคับ

คู่มือภาคผนวกส่วนตัวของผมนะคับ (คิดเอง) ที่จำเป็นๆ ก็เห็นจะมี
Bot - ความแรงของบอท ผมไม่ได้เขียน script เช็คการเข้าออกของบอทเหมือนเว็บ bookmark ให้ยุ่งยากนะคับ ผมดูจาก SEO Quake Toolbar คับ ว่าเว็บเพจหน้านั้นที่เราจะทำ SEO มันมีอัตราการแคชเฉลี่ยทุกวัน หรือทุกๆ กี่วัน ก็พอให้เราเดาๆ ได้แล้วว่าบอทหน้านั้นที่เรารับมามันแรงหรือเปล่า เพราะหลายคนคงไม่รู้ว่าภาพรวมของอัตราการแคชนี้มันบ่งบอกได้ด้วยว่า ลิงค์เราที่อยู่ในเว็บอื่นมันออกทะเลไปหรือยัง (คือมี index แต่บอทไม่แรงแล้ว) หลายคนรู้ว่าได้ลิงค์ แต่ไม่รู้ว่าได้ลิงค์เพื่อ?
Back Link - เพื่อนหลายคนเวลาวิเคราะห์คู่แข่งมักจะดูจากจำนวน BL เป็นหลัก ซึ่งนั้นก็ไม่ใช่องค์ประกอบที่ดีไปทั้งหมดสำหรับการตัดสินใจประเมินค่าคู่แข่งสูงเกินไป บางทีเว็บเพจ BL 100 ก็สู้เว็บเ่พจ BL 30,000 ได้สบายๆ ของมันไม่แน่นอน เพียงแต่เราต้องมีประสบการณ์วิเคราะห์รายละเอียด
Trust Rank - อันนี้ผมว่าเป็นนิยามที่ไม่มีตัวตน แต่เห็นผลได้ด้วย BL น้อยกว่า แต่สามารถไต่อันดับขึ้นได้ดีกว่าเว็บที่มี BL มากแต่ Trust Rank น้อย ถ้าให้บอกความแตกต่างคงประมาณว่า spam link ไป 1 อาทิตย์อันดับขึ้นนิดเดียวเอง กับ เขียนรีวิวเนื้อหาดีๆ ไม่กี่บทความ 1 อาทิตย์อันดับพุ่งเห็นผล ถ้าจะให้เลือกว่าควรทำแบบไ่หนดีกว่ากัน ผมคงตอบได้เพียงว่า ตอนนั้นคุณต้องการบอท หรือ ความสัมพันธ์ของเนื้อหาล่ะ

ตัววัดผลที่ขัดกับเหตุผลที่ทำได้ เพื่อนๆ ที่นิยมขยันๆ ถึกๆ สร้างลิงค์กาจาย เคยเช็คแคชหน้าเว็บตัวเองที่ลิงค์เข้ามาป่ะคับ มันแคชบ่อยขึ้นหรือเท่าเดิม ถ้าเท่าเดิมก็ใช้วิธีอื่นเถอะคับ เพราะปกติลิงค์คุณภาพดีๆ เข้าเว็บเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เว็บเพจมันจะต้องแคชบ่อยขึ้นจนมาแคชทุกวัน

วิธีทำ SEO ของผมนะคับไม่เรื่องมาก ผมใช้แค่ บอทเยอะที่สุดเท่าที่เว็บจะรับได้จากจำนวน backlink ที่คาดว่าจะไม่โดนแบน (Site Age, Traffic UIP) วิ่งมาเจอ Trust Rank คับ ส่วนวิธีที่จะหาบอทหรือ Trust Rank นั้นมีมากมายผมคงบอกได้ไม่หมด ไม่ว่าจะเป็น bookmark, social network, blog, webboard ล้วนได้หมดคับ หวังว่าตรงนี้คงจะมีประโยชน์นะคับ

สิ่งสำคัญอีกอย่างคือความอดทน ถึก คิดไว้เสมอว่าถ้าทำเว็บแล้วเดือนเดียวมีรายได้ ไม่ได้เป็นกันทุกคน ส่วนมากคนที่ทำแล้วไม่มีรายได้ก็คือเดินทางผิด ไม่รู้จักวางแผน

สิ่งที่ผมคิดว่ามันอยู่เหนือสิ่งอื่นใด นอกจากความขยัน อดทน ความรู้ โอกาส แล้วก็คือการรู้จักวิเคราะห์และประเมินสิ่งที่เราจะทำคับ ถ้าวิเคราะห์ผิดต่อให้ขยันยังไงมันก็เหนื่อยฟรี หรือไม่ก็ได้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่าเหนื่อยอ่ะคับ

ปัจจุบันการทำเว็บตามคนอื่นเป็น Feel ที่กำลังติดเป็นกระแสมาแรงมาก และการที่ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนคนอื่น ก็เยอะติดกระแสไม่แพ้กัน ผมเข้าใจว่าบางคนก็ไม่เก่ง บางคนเก่งคนละด้าน มีความรู้ต่างกัน บางทีต้องอาศัยกัน บางทีฉายเดี่ยว ถ้าเรารู้จักประมาณตัวเองว่าเราสู้ Keywords ไหนได้บ้างและเลือกทำคำนั้น ผมว่าสำเร็จได้ไม่ยากนะคับ ดีกว่าทำตามคนอื่นแต่ไม่สำเร็จเลย ยิ่งไม่อดทนด้วยแล้วก็ ตกม้าตายได้แบบสบายๆ เลยคับ ผมเองก็เป็นบ่อยแต่ก่อน เลือกทำคำยากๆ ไปแข่งกะฝรั่ง เด๋วนี้รู้ตัวเองแล้วว่าไม่เก่ง ก็พอเลือกคำง่ายๆ ที่คิดว่าตัวเองทำได้ ก็เลยนำประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟังคับ อย่างน้อยก็น่าจะทำให้เพื่อนๆ หลายๆ คนเริ่มต้นเดินทาง Adsesne ได้ดีกว่าผมคับ เพราะผมออกทะเลไปแล้ว