วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556

Epson Printer L300 Driver linux สำหรับใช้บน Ubuntu น๊ะจ๊ะ

สวัสดีปีใหม่กันถ้วนหน้านะครับ 
ขอให้ผู้อ่านทุกท่านพบแต่ความสุข

เอาหละเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาผมก็ได้รับหน้าที่ให้จัดหาเครื่องพิมพ์ให้แก่ส่วนงานหนึ่ง
หาไปหามาก็ลงตัวที่เครื่องพิมพ์ ของ Epson L300 Inkjet  ที่เลือกเครื่องนี้ก็เพราะมัน
ใช้งานพิมพ์ได้มากมาย เพราะรุ่นนี้ของ Epson เค้าทำเป็น Ink tank มาเลย

ภาพ Epson L300 ติด Ink tank มาจากโรงงาน Epson เอง ความเร็ว 33 หน้าต่อนาที
ใช้หมึกขวด 70cc สีดำพิมพ์ได้ 4000 แผ่น แต่หมึกสี 3สีพิมพ์รวมๆ กันได้ 6000 แผ่น
นับว่าประหยัดและ ไม่ต้องดูแลมาก เพราะเค้าติดตั้งมาอย่างดีแล้ว

รุ่นนี้ไม่มี WIFI ต้องใช้ผ่าน USB อย่างเดียว และหาวิธี Share Printer เอาเอง หรือ
ติดตั้ง Print Server ก็ดี

ก็เพื่อดัดหลังพวกทำหมึกแท้งค์นะแหละครับ ซึ่งก่อนหน้านั้นใน อ๊อฟฟิศที่ผมทำงานนั้น
ก็ล้วนเลือกใช้แต่ของ Epson ทั้งนั้น ทำไมหรอกหรอ เพราะว่ามันหางาย และชินกับยี่ห้อ
นี้แล้วซิ

เมื่อก่อนสมัยนั้นก็เอาปริ้นเตอร์ Epson นี้แหละ ตั้งแต่รุ่น C310 มาจนรุ่น T40w Wifi
นำมาติดตั้ง Ink Tank ซะหมดเลย เป็น 10 กว่าตัว โดยติดตั้งที่ร้านที่พันธ์ทิพย์ประตูน้ำนะแหละครับ

ผลคือกระพบปัญหาว่าแรกๆ ก็ใช้งานได้ดี ก็ไม่ต้องดูแลอะไรเยอะเพราะมันใหม่มันก็เลยไม่มี
อะไรเยอะ แต่ในเหตุการณ์จริงๆ เราไม่สามารถเข้าไปเติมหมึกที่หมดได้เองทุกๆ ครั้ง
ก็เลยต้องสอนให้ User ผู้ใช้งาน เค้าพยายามเติมเองกันบ้าง

และนอกจากนั้นยังต้องเผชิญกับหมึกขาดสายบ้าง หมึกหัวตันบ้าง พิมพ์ไปพิมพ์มากระดาษติด
ทำให้กระดาษที่ติดยับๆ ไปครูดกับหัวพิมพ์บ้างหละ และอีกสารพัดปัญหา
และจากวิธีการเติมหมึกที่เราสอนให้เติมเองได้บ้าง คนเติมก็ไม่ใช่คนหน้าเดิม 
บางทีคนนั้นคนนี้มาช่วยให้เติมบ้าง ก็เติมผิดเติมถูกก็ไม่มีใครรู้ สุดท้ายเราต้องมานั้งแก้
นั่งเซ็ตหัวพิมพ์ ล้างหัวพิมพ์ ทำอะไรไม่ได้ก็ต้องส่งซ่อม ส่งเคลมกันไป
วุ่นวายมาก ระยะหลังนี้ก็ให้ใช้ของแท้ไปเลย ปัญหาก็เลยหมดไปเลยจริงๆ 

เข้าเรื่องละ และตอนนี้ก็เลยนึกเลือกไอ้ที่มันสำเร็จเลยดีกว่า เพราะพี่ Epson เค้าติด Intank มาเอง
เลย พอติดตั้งก็พบว่าติดตั้งได้ง่ายดายไม่ยากเท่าไหร่ แต่ควรจะอ่านคู่มือให้ละเอียด
หน่อย จะได้วิธีที่ติดตั้งที่ถูกต้อง ไม่ต้องมาเสี่ยงกับการติดตั้งแบบผิดๆ

และแน่นอน การติดตั้ง ส่วนมากผู้ใช้ก็คงจะใช้บน Window ซะส่วนใหญ่อยู่แล้วมันก็มี Driver มาให้
อยู่แล้ว แต่ว่าความง่ายมันก็ไม่ได้จบแค่นั้น เพราะคอมในอ๊อฟฟิศ ส่วนหนึ่งก็ยังใช้ OS ของ
Ubuntu ก็เลยต้องเสาะหา Driver กันอย่างบ้าคลั่ง 

เพราะรู้อยู่ดูข้างๆ กล่องมันก็บอกว่า สนับสนุนอย่างเป็นทางการ คือ Window และ Apple และ Universal
อะไรก็ไม่รู้

Ok ก็ไม่เป็นไรเพราะเมื่อก่อนผมก็เคยเสาะหา Driver Linux รุ่นอื่นๆ มาพอฟัดพอเหวี่ยง ที่แน่ๆ
คือถ้าเราต้องการหา Driver Linux ในหน้าเว็บ www.epson.co.th ดูไปมันก็ไม่มีให้หรอก เพราะมันมี
แต่ของ Window เท่านั้น

ดังนั้นก็ต้องไปหาจากเว็บ www.avasys.com ของ Epson ค้นหาบน Google ก็คงจะพบได้ง่ายๆอยู่
แล้ว หาไปหามาก็ไม่เจอ ควานหาทั้งหน้าก็ไม่เจอ สุดท้ายมาเจอข้อความที่เรามองข้าม
ในกรอบสีแดงด้านล่าง




Notice on transferring the responsibility of Linux Driver Download Website
Regarding our Linux driver download service, we will transfer the service from AVASYS CORPORATION to SEIKO EPSON CORPORATION on Thursday, December 22nd, 2011 (0:00 JST).
After the transfer, the download service is available in the following website.



ก็อธิบายได้กว่าเราจะยกให้ SEIKO EPSON เป็นผู้รับผิดชอบในการทำหน้า Downโหลดนี้ต่อไปแล้วนะจ๊ะ
ปัดโธ่

พอได้ใจความว่าดังนั้น ก็คลิกที่ลิงค์แรกเลยครับ http://download.ebz.epson.net/dsc/search/01/search/?OSC=LXEpson

มันก็จะพาท่านไปยังหน้าเว็บของ SEIKO EPSON เพื่อ Searh หา Driver ได้เลย


ให้คลิกปุ่ม download สีฟ้าๆ ด้านขวามือก็จะได้ดังรูปด้านล่าง

เลือกเอา I386.deb นี่แหละ  เพราะผมไม่มี 486 และ x86 64bit
คลิกโหลดที่นี่ตรงๆเลยก็ดีครับ http://a1227.g.akamai.net/f/1227/40484/1d/download.ebz.epson.net/dsc/f/01/00/01/87/87/126d18060d9881eaed0ff545ad711bd4e642b62a/epson-inkjet-printer-201207w_1.0.0-1lsb3.2_i386.deb

ได้มาแล้วก็ติดตั้งลง Ubuntu เลยนะครับ  อีกอย่างถ้า เวลาติดตั้งมีหน้าต่างถามว่าให้ Update Synaptic
ก็คลิก Yes ไปเลยครับ ใช้เวลานานหน่อยขึ้นอยู่กับ Ropository

พอเสร็จแล้วเราก็จะได้เจ้า Driver  Epson L300 for linux ไว้ใช้สักทีหละครับเย้ๆ


------------------------------------------------------------------------------------------------
Deejay (เจดี)

วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

อาการ เส้นกระตุก ทำนายได้ว่า (ความเชื่อนะครับ)


Search หาไปหามา ก็เจอว่าไอ้ที่เรา กระตุก  ไม่ว่าเส้นกระตุก หนังตากระตุก คิ้วกระตุก เส้นเอนกระตุก
บางทีรู้สึกว่าเส้นเลือด เรามันกระตุก ตุบๆ ดึบๆ บับๆ หนุบๆ บุบๆ แล้วแต่ใครจะเรียก (อยากเขียนให้เยอะกว่านี้จะได้ Search เจอ ฮ่าๆ) ผมก็เลยเอามาโพสให้อ่านกันที่นี่ครับ..........ฮ่า......



การเขม่นที่หัวคิ้วทางด้านขวา หมายถึง การจะถูกหักหลัง

การเขม่นที่หัวคิ้วทางด้านซ้าย หมายถึง การจะมีคนรักบ่นถึง

การเขม่นที่หางตาทางด้านขวา หมายถึง การจะได้โชคลาภ ได้รับเงินทอง

 การเขม่นที่หางตาทางด้านซ้าย หมายถึง การจะไม่สบายใจ การเจ็บป่วย

การเขม่นที่หน้าผาก หมายถึง การจะเสียของรัก

การเขม่นที่ตาทางด้านขวา หมายถึง การจะมีคนนำโชคลาภมีให้

การเขม่นที่ตาทางด้านซ้าย หมายถึง การที่มีผู้หญิงบ่นถึง

การเขม่นที่หูทางด้านขวา หมายถึง การจะได้รับข่าวไม่ค่อยดี

การเขม่นที่หูทางด้านซ้าย หมายถึง การจะได้รับข่าวดี

การเขม่นที่จมูก หมายถึง การจะมีเรื่องมีราวที่ไม่ดี

การเขม่นที่แก้มทางด้านขวา หมายถึง การจะได้ลาภจากคนรัก

การเขม่นที่แก้มทางด้านซ้าย หมายถึง การจะมีความสุขสมหวังกับคนรัก

การเขม่นที่ริมฝีปาก หมายถึง การจะมีโชคลาภทางอาหารการกิน

การเขม่นที่ริมฝีปากทางด้านบน หมายถึง การจะมีคนเลี้ยงไปงานเลี้ยง

การเขม่นที่ริมฝีปากทางด้านล่าง หมายถึง การจะได้รับข่าวดีจากเพศตรงข้าม

การเขม่นที่ริมฝีปากทางด้านขวา หมายถึง การจะมีลาภจากเพศตรงข้าม

การเขม่นที่ริมฝีปากทางด้านซ้าย หมายถึง การจะมีปากเสียงทะเลาะวิวาท

การเขม่นที่คาง หมายถึง การจะประสบปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ทางครอบครัว

การเขม่นที่ต้นคอ หมายถึง การจะประสบอุบัติเหตุ

การเขม่นที่คอทางด้านขวา หมายถึง การจะมีลูกชายเป็นที่น่าพึงพอใจ

การเขม่นที่คอทางด้านซ้าย หมายถึง การจะมีลูกสาวเป็นที่น่าพึงพอใจ

การเขม่นที่ไหล่ทางด้านขวา หมายถึง การจะเสียเงินเสียทองของรัก

การเขม่นที่ไหล่ทางด้านซ้าย หมายถึง การจะได้รับความเดือดเนื้อร้อนใจ

การเขม่นที่รักแร้ทางด้านขวา หมายถึง การจะเกิดความเดือดร้อน

การเขม่นที่รักแร้ทางด้านซ้าย หมายถึง การจะมีลาภ มีข้าวของเงินทอง

การเขม่นที่แขนทางด้านขวา หมายถึง การจะได้ลาภจากการเดินทาง

การเขม่นที่แขนทางด้านซ้าย หมายถึง การจะได้รับข่าวดี

การเขม่นที่ข้อศอกทางด้านขวา หมายถึง การมีญาติพี่น้องมาเยี่ยม

การเขม่นที่ข้อศอกทางด้านซ้าย หมายถึง การจะมีคนรักที่น่าพึงพอใจ

การเขม่นที่มือทางด้านขวา หมายถึง การจะได้รับเงินทองเป็นของรางวัล

การเขม่นที่มือทางด้านซ้าย หมายถึง การจะได้รับชื่อเสียงเกียรติยศ

การเขม่นที่หลังฝ่ามือทางด้านขวา หมายถึง การจะมีคนมาติดต่อเรื่องงาน

การเขม่นที่หลังฝ่ามือทางด้านซ้าย หมายถึง การจะได้รับจดหมายจากเพศตรงข้าม

การเขม่นที่นิ้วหัวแม่มือ หมายถึง การจะมีคนมาขอรับปรึกษา

การเขม่นที่นิ้วชี้ หมายถึง การจะเกิดเรื่องเกิดราว

การเขม่นที่นิ้วกลาง หมายถึง การจะมีคนมาขอให้เป็นพยาน

การเขม่นที่นิ้วนาง หมายถึง การจะได้รับข่าวดีจากต่างเพศ

การเขม่นที่นิ้วก้อย หมายถึง การจะมีคนดูถูก

การเขม่นที่หน้าอก หมายถึง การจะพบเพศตรงข้ามที่พึงพอใจ

การเขม่นที่หัวนมทางด้านขวา หมายถึง การจะมีโชคลาภจากเพศตรงข้าม

การเขม่นที่หัวนมทางด้านซ้าย หมายถึง การจะได้เดินทางไกล

การเขม่นที่ฐานหัวนมทางด้านขวา หมายถึง การจะได้รับข่าวจากคนรัก

การเขม่นที่ฐานหัวนมทางด้านซ้าย หมายถึง การที่คนรักจะคิดถึงมาก

การเขม่นที่สีข้างทางด้านขวา หมายถึง การจะมีโชคลาภ

การเขม่นที่สีข้างทางด้านซ้าย หมายถึง การจะได้ลาภจากเพศตรงข้าม

การเขม่นที่สะโพกทางด้านขวา หมายถึง การจะมีโชคกับเพศตรงข้าม

การเขม่นที่สะโพกทางด้านซ้าย หมายถึง การจะมีคู่ครองได้แต่งงาน

การเขม่นที่ขาทางด้านขวา หมายถึง การจะทะเลาะกับเพศตรงข้าม

การเขม่นที่ขาทางด้านซ้าย หมายถึง การจะทะเลาะกับเพศเดียวกัน

การเขม่นที่หน้าแข้งทางด้านขวา หมายถึง การจะถูกเพศตรงข้ามหลอกลวง

การเขม่นที่หน้าแข้งทางด้านซ้าย หมายถึง การจะถูกเพศเดียวกันหลอกลวง

การเขม่นที่เข่าทางด้านขวา หมายถึง การจะมีลาภลอย

การเขม่นที่เข่าทางด้านซ้าย หมายถึง การจะมีปากเสียงกับคู่ครอง

การเขม่นที่เท้าทางด้านขวา หมายถึง การจะได้เดินทางไกล

การเขม่นที่เท้าทางด้านซ้าย หมายถึง การจะถูกเพศตรงข้ามดูถูกเหยียดหยาม

การเขม่นที่ปลายเท้าทางด้านขวา หมายถึง การที่พี่น้องจะคิดถึงกัน

การเขม่นที่ปลายเท้าทางด้านซ้าย หมายถึง การจะมีการเดินทางไกล




วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2555

คนไทยล้มเหลวทุกระดับ


เห็นคนไทยไม่น้อยชอบพูดว่า "ไม่มีที่ไหนเหมือนเมืองไทย" "เมืองไทยสบายที่สุดแล้ว"

ฟังแล้วก็ได้แต่ปลง เพราะเป็นทัศนคติที่หลงตัวเองแบบสุด ๆ ประมาณว่า ประเทศนี้ดีที่สุด
ไม่คิดบ้างเหรอครับว่า คนชาติอื่นเขาก็พูดทำนองเดียวกัน ว่าไม่มีที่ไหนเหมือนบ้านของเค้า

ประเด็นก็คือ เพราะคนไทยคิดแบบนี้ จึงไร้วุฒิภาวะเป็นเด็กที่ไม่รู้จักโต (ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม
หรือเคยอยู่เมืองนอกมานานก็ตาม)


ประเทศจีน ออกสำรวจโลกสมัยเจิ้งเหอ เมื่อปี 1421 ก่อนโคลัมบัส 80 ปี โปรตุเกส ฮอลแลนด์
และเจ้าอาณานิคมอื่นๆ ทั้งหลาย ก็ทำแบบเดียวกัน ในเวลาต่อมา

ทุกวันนี้ ประเทศเหล่านี้ คือ ประเทศที่กุมเศรษฐกิจโลก เพราะออกเดินทางก่อนใคร ออกสำรวจโลกก่อนใคร รู้จักการค้าก่อนใคร และเล่นการเมืองระหว่างประเทศก่อนใคร
แทรกซึมทางเชื้อชาติ การค้า และวัฒนธรรมได้ก่อนใคร

คนจีนมีอยู่ทุกที่ในโลก แอฟริกาก็มี ไซบีเรียก็มี ทุกวันนี้ จีนประกาศจะรวมพลังชาวจีนโพ้นทะเลเพื่อร่วมพัฒนาชาติจีน ทั้งที่สมัยเหมา เจ๋อ ตง ไม่เคยพูดถึงแบบนี้มาก่อน คนจีนถูกฆ่าตายในอินโดนีเซีย ประธานาธิบดีเจียง เจ๋อ หมิน ก็ไม่ปริปากสักคำ เพราะสมัยก่อนคนจีนมีชีวิตราคาถูกมาก ๆ แต่วันนี้ไม่ใช่อีกแล้ว

วันนี้ คนญี่ปุ่นได้เป็นประธานาธิบดีเปรู คนเวียดนามได้เป็นรองนายกรัฐมนตรีเยอรมนี แต่คงจะไม่มีวันนั้นสำหรับคนไทย

ถ้าใครเคยมาเรียน หรือมาอยู่ที่อเมริกาจะรู้เลยว่า คนไทย เป็นคนที่ปรับตัวได้ยากที่สุด และน่าจะเป็นคนเอเชียที่ปรับตัวได้ยากที่สุดด้วย ปัญหาหลัก คือ ภาษา ปัญหารอง คือ การปรับตัว คุณจะเห็นคนเกาหลีคบกับคนผิวดำ ส่วนคนจีน และคนอินเดียนั้น มีอยู่ทุกที่ แต่คนไทยจะหลบมุมอยู่เงียบ ๆ สวงนคำพูด สงวนท่าที ร่วมกิจกรรมน้อย



นี่คือนิสัยหล้าหลังแบบไทย คือ ไม่สู้ปัญหา แล้วก็คิดว่า สุดท้ายก็กลับไปตายรังที่เมืองไทย
(รวมทั้งคนที่อยู่เมืองนอกมาเกือบทั้งชีวิต)

นี่เป็นจุดเล็ก ๆ ที่สะท้อนบุคลิกของคนในชาติ สิ่งที่เด่นชัดที่สุดคือ การค้าและการระหว่างประเทศ

ทุกวันนี้ ในองค์กรระหว่างประเทศแทบไม่มีคนไทยนั่งในตำแหน่งสำคัญอีกแล้ว
เมื่อเทียบกับยุค 30 - 40 ปีที่แล้ว เพราะการศึกษา การวางตัวของคนไทยไม่มียุทธศาสตร์
ที่จะพัฒนาคนมาทดแทน
การหาเพื่อนในเวทีต่างประเทศก็ทำไม่เป็น จึงแพ้ในการต่อรอง เจรจาแทบทุกเวที
นับว่าถอยหลังลงคลองเข้าทุกวัน

ส่วนในด้านเศรษฐกิจ ก็ขยายตลาดไม่เป็น เพราะเครือข่ายน้อย จนเคยชินกับการเป็นประเทศ
รองรับการผลิต อาศัยคนนอกมาลงทุนในประเทศเป็นหลัก หรือไม่ก็ผูกขาดตลาดภายในประเทศ
ทุกวันนี้กิจการในไทยเป็นของคนสิงคโปร์เกือบหมดแล้ว สาธารณูปโภคก็ไม่มีเงินลงทุน
ต้องพึ่งต่างชาติในที่สุด


ที่เป็นเช่นนี้ เพราะคนไทยถูกเลี้ยงมาแบบตามใจ ไม่รู้จักโต มีอุปสรรคก็ท้อถอย ไปไม่รอดก็กลับมาตายรังให้ญาติดูแล ทำตัวหลบอยู่ในบ้านเพราะไม่กล้าเผชิญโลก ไม่ต้องคิดอะไรใหม่ ๆ เอาของบรรพบุรุษมากิน อีกร้อยปีก็ได้แค่นี้

โดยรวมจึงเป็นชาติที่อ่อนแอยิ่ง รอวันเสื่อมสลาย และถูกกลืนในที่สุด