วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2556

หนทาง แนวทาง เคล็ดลับ การปฏิรูปประเทศไทย!!!

 1. ปฏิรูปประเทศอย่างไร ? 
ประเทศที่เป็นรัฐเดี่ยว มีแนวโน้มที่จะกระจายอำนาจต่ำ เนื่องจากมีการผูกขาดอำนาจสูง การผูกขาดอำนาจ จะเกิดขึ้นทั้งโดยนักการเมือง และข้าราชการเอง
ประเทศไทย จะไม่มีทางแก้ปัญหานี้ตก หากไม่กระจายอำนาจออกไป ซึ่งในที่สุด ข้าราชการก็จะถูกแทรกแซง หรือไม่ก็เข้าไปรับใช้นักการเมือง เพราะเป็นผู้ให้คุณให้โทษได้ การกระจายอำนาจ จะช่วยบรรเทาปัญหานี้ได้ แม้ไม่หมดไป แต่ก็จะดีขึ้นมาก เพราะไม่มีใครที่สามารถผูกขาดอำนาจไว้อย่างเด็ดขาด



 2. การกระจายอำนาจ ทำอย่างไร ? 
ทำได้โดย การทำให้ประเทศเป็นรูปแบบรัฐเดี่ยวที่มีการกระจายอำนาจสูง กล่าวคือ เป็นรัฐเดี่ยวที่ใกล้จะเป็นสหพันธรัฐ (Quasi Federal State) เช่น อังกฤษ หรือเป็นรัฐเดี่ยวที่มีการกระจายอำนาจสูง เช่น ญี่ปุ่น และกลไกที่นำมาช่วยได้ มีอาทิ

- การให้ประชาชนเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดของตนเอง ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 77 กำหนดให้ การยกจังหวัดเป็นท้องถิ่นขนาดใหญ่ (ไม่ใช่ภูมิภาค) เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน ซึ่งหมายความว่า ไม่มีอะไรมาทัดทานประชาชนได้ วิธีการเช่นนี้ จะเป็นการลดอำนาจของนักการเมือง คือ รัฐบาล และระบบราชการอันเป็นแขนขาที่นักการเมืองใช้


- กองทัพ จะไม่สามารถปฏิวัติได้สำเร็จ เพราะอำนาจถูกกระจายไปทั่ว ไม่ได้ถูกรวมศูนย์อยู่ที่กรุงเทพที่เดียว


- จากนั้น ให้ตำรวจไปสังกัดจังหวัดที่เป็นท้องถิ่น


- กระบวนการยุติธรรมจะต้องเฉียบขาด สามารถนำคนผิดมาลงโทษได้ โดยไม่มีการต่อรองนอกระบบ


- โทษทางอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องไม่มีอายุความ


- ส่วนระบบการเมืองต้องออกแบบใหม่ เช่น ส.ส. ไม่ต้องสังกัดพรรค ซึ่งจะถูกควบคุมให้โหวตตามพรรค


- เพิ่ม ส.ส. สัดส่วนให้มากกว่า ส.ส. เขต เพราะมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำหน้าที่บริหารพื้นที่ทุกตารางนิ้วอยู่แล้ว ส.ส. มีหน้าที่เพียงออกกฎหมาย ไม่ใช่ผันงบประมาณ


- การแปรรูปรัฐวิสาหกิจจะต้องคิดว่าอะไรเป็นประโยชน์ อะไรไม่เป็นประโยชน์


- ส่วนสถาบันพระมหากษัตริย์ จะยังคงสถิตย์อยู่ตลอดไป เช่น อังกฤษ และ ญี่ปุ่น


- ฯลฯ


ให้รัฐบาลรับผิดชอบเพียงด้านเศรษฐกิจ การต่างประเทศ การคลัง และการทหาร นอกนั้นให้จังหวัดรับผิดชอบ จังหวัดจะได้รับงบประมาณมากขึ้น อันเป็นการกระจายความเจริญออกไปจากกรุงเทพ


รัฐบาลจะมีงบประมาณน้อยลง ไม่สามารถทำประชานิยมได้ตามอำเภอใจ

ประชาชนจะถูกฝึกให้เป็นพลเมืองมากขึ้น เพราะต้องรับผิดชอบอนาคตของตัวเองในจังหวัดมากขึ้น ไม่ใช่แค่ผู้รอรับนโยบายจากรัฐ หรือแบมือขอนโยบายประชานิยมเท่านั้น มีการเล่นพวกพ้อง และอุปถัมภ์

ความขัดแย้งของประชาชนในชาติจะลดลง แม้จะไม่หมดไป แต่การจะคงสภาพนี้ไว้แบบเดิม จะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะประเทศไม่อาจฝากชะตากรรมไว้ที่การเลือกตั้ง เพียงอย่างเดียว


การเป็นรัฐเดี่ยว ในรูปแบบนี้ จะมีเสถียรภาพ กว่าการเป็นรัฐเดี่ยวที่รวมศูนย์อำนาจอย่างมากแบบเดิม อันจะเป็นการแก้ปัญหา คนจำนวนมากที่ไม่เสียภาษี แต่กลับมีผลในการกำหนดทิศทางการเมืองจากการเป็นเสียงส่วนใหญ่ ในการเลือกตั้ง ถ้าอยู่แบบเดิมก็ ก็จะได้ หัวคะแนน ตำรวจ สส. ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่เป็นสายพาน ส่งนักการเมืองตามภูมิภาคต่าง ๆ ขึ้นสู่อำนาจ




 3. เจตจำนงในการปฏิรูปต้องเอาประชาชนนำ  ไม่ใช่นักการเมืองหรือชนชั้นนำ 
การปฏิรูปจะไม่สำเร็จ หากปล่อยให้นักการเมืองกำหนดทิศทางเอง ซึ่งผลประโยชน์จะไปตกอยู่กับนักการเมืองและชนชั้นนำ ซึ่งแม้ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งมากว่า 80 ปี แต่ก็ไม่ไปไหน มีการปฏิวัติและเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งเป็นเผด็จการรัฐธรรมนูญทั้งฝ่ายขวา (ควง อภัยวงศ์-ปชป.) และฝ่ายซ้าย (คณะราษฎร) ล้วนเป็นความโง่เขลาซ้ำซาก 80 ปี ที่คิดว่า รัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งคือ ประชาธิปไตย ประเทศไทย ไม่เคยให้อำนาจกับประชาชน จึงกลายเป็นรัฐราชการที่ใหญ่โต อุ้ยอ้าย ที่ผลประโยชน์ตกอยู่กับชนชั้นนำเท่านั้น

การสร้างประชาธิปไตยจึงต้องเริ่มสร้างโดยอำนาจของประชาชน "ธรรมะจึงจะสถิตย์อยู่" และเป็นธรรมาประชาธิปไตย ทั้งองค์รวม ด้วยเจตจำนงเหล่านี้ จะต้องวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน มีระยะเวลากำหนดที่ชัดเจน ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ก่อนหรือหลัง ให้ระบบการเมืองและกลไกราชการ รองรับกับการปกครองที่ประชาชนมีอำนาจอย่างแท้จริง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น